เต่าทะเล เพื่อนที่ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด



คุณรู้หรือไม่ว่า…?


เต่าทะเลช่วยกินแมงกะพรุนให้เราปลอดภัยเวลาเล่นทะเลมาตลอด มันสามารถดึงกินได้เหมือนสปาเก๊ตตี้โดยไม่ติดพิษมา และยังช่วยควบคุม รักษาระบบนิเวศน์ชายฝั่ง ให้เรามีปะการังและทะเลที่สวยงามให้ดูเวลาเราไปดำน้ำด้วย



วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับเต่าทะเลให้มากขึ้นนะครับ


1. เต่าทะเลไม่มีฟัน แต่ปากและขากรรไกรถูกสร้างจากสารเคราติน (เหมือนเล็บของเรา) ต่อออกมาจากกะโหลกส่วนหัวของเต่า


2. กระดองเต่าแท้จริงแล้วเป็นกระดูก ที่ประกอบขึ้นจากกระดูกกว่า 50 ชิ้น ก่อตัวรวมกันเป็นกระดองแข็งแผ่นเดียวด้วยความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ

น่าทึ่งที่ว่า แบบนี้ก็เปรียบเสมือนเต่าทะเลเอากระดูกออกมาไว้ข้างนอกแล้วเอาเนื้อไว้ข้างในแทน


3. เต่าทะเลต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในช่วงแรกเกิด ตั้งแต่ออกจากไข่ก็ต้องรีบวิ่งลงทะเล เพื่อพยายามรอดจากสัตว์นักล่าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นก สัตว์เลื้อยคลาน หรือแม้แต่ปู เพราะเต่าทะเลแรกเกิดตัวเล็กเพียงนิ้วโป้งของเราเท่านั้นเอง และมันยังต้องเผชิญกับอันตรายในทะเลต่อไปอีก

ทำให้มีเพียงหนึ่งในพันตัวเท่านั้นที่มีชีวิตได้จนโตเต็มวัย


4. ชีวิตช่วงแรกของเต่าทะเลยังคงเป็นปริศนากับมนุษย์ จนถูกเรียกว่า “ช่วงเวลาที่หายสาปสูญ” ซึ่งอาจนานถึง 20 ปี เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่จะตามหาสำรวจลูกเต่าได้ยากมาก ต่อให้ติดตัวติดตามที่ตัวเต่า เครื่องมือเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำงานได้นานขนาดนั้นและทำได้แค่บอกพิกัดเท่านั้น


5. เต่าทะเลสามารถเดินทางได้ไกลอย่างไม่น่าเชื่อ เฉพาะแค่ที่เคยสำรวจพบว่ามันว่ายน้ำจากอินโดนีเซียไปจนถึงแคลิฟอร์เนีย หรือเป็นระยะทางกว่า 2 หมื่นกิโลเมตร (เกือบ 13,000 ไมล์) เลยทีเดียว


6. เต่าทะเลแต่ละชนิดมีขนาดเมื่อโตเต็มวัยต่างกันมาก โดยมีตั้งแต่ตัวยาว 70 ซม. หนัก 40 กก. ในสายพันธุ์เต่าหญ้าแอตแลนติก ไปจนถึงเต่ามะเฟืองที่ตัวยาว 2 เมตร และหนักถึงครึ่งตัน


7. เมื่อถึงฤดูวางไข่ เต่าทะเลสามารถกลับมาที่ที่มันเกิดได้อย่างแม่นยำ เป็นเพราะมันมีความสามารถนำทางด้วยสนามแม่เหล็กได้เหมือนเข็มทิศ ด้วยระบบประสาทและกระดองที่ไวต่อคลื่นต่าง ๆ


8. ขณะที่เต่ามะเฟืองวางไข่ มันจะร้องเป็นเสียงที่มีเอกลักษณ์ บางเสียงอาจฟังดูคล้ายกับเสียงคนเรอ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ยังสรุปแน่ชัดไม่ได้ว่าเพราะอะไรมันถึงร้องเสียงแบบนั้น


9. อาหารที่เต่าทะเลชอบเป็นพิเศษ จะต้องมีสีแดง ส้ม หรือเหลือง และมีลักษณะใส ๆ หรือสะท้อนแสง ทำให้มันอาจเผลอกินพลาสติกเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารได้


10. เหลือเต่าทะเลอยู่บนโลกเพียง 7 สายพันธุ์เท่านั้น ได้แก่ เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่ามะเฟือง เต่าหัวค้อน เต่าหญ้าแอตแลนติก และเต่าตนุหลังแบน โดยในน่านน้ำไทยพบทั้งหมด 4 ชนิดแรก

ทว่าทุกสายพันธุ์เข้าข่ายเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ทั้งสิ้น


ถึงแม้ว่าเต่าทะเลจะอยู่ได้นับร้อย ๆ ปี แต่จำนวนกลับลดลงตลอดเวลาจนน่าใจหาย

อาหารโปรดของเต่าทะเลคือแมงกะพรุน จึงทำให้มันเผลอกินพลาสติกไปเพราะเข้าใจผิด โดยเต่าทะเลกว่าครึ่งถูกพบว่ามีพลาสติกอยู่ในท้อง และเต่าจำนวนมากตายเพราะพลาสติกนี้เอง

ในท้องเต่าที่ตายพบได้ทั้งถุงพลาสติก หลอดพลาสติก เศษขวดน้ำพลาสติก อุปกรณ์ต่าง ๆ ไปจนถึงของเล่นเด็ก


ส่วนชายหาดก็สกปรกหรือถูกแปรสภาพเป็นที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ท่องเที่ยวไปเสียมาก

เต่าทะเลจึงไม่มีที่วางไข่ เหมือนอย่างหลาย ๆ หาดที่ไม่พบเต่าทะเลกลับมาอีกเลยหลายปีแล้ว

และพอมันกลับมา ก็กลับเสี่ยงที่จะถูกล่าเอาไข่ไปอย่างผิดกฎหมายอีก


16 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันเต่าทะเลโลก (World Sea Turtle Day)


เราคิดว่าเมื่อคุณได้รู้จักเต่าทะเลเพิ่มขึ้นแล้ว คุณจะรักมันมากขึ้น คิดคำนึงถึงมันมากขึ้น

เหมือนเพื่อนที่รู้จักกันนานขึ้น ก็ยิ่งเข้าใจกันมากขึ้น เต่าทะเลก็เป็นเพื่อนร่วมโลกเราเช่นกัน

ลดการใช้พลาสติก รักษาความสะอาดเมื่อไปเที่ยวทะเล ไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง…

ล้วนเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เริ่มได้จากตัวเราตั้งแต่วันนี้ครับ


การเปลี่ยนอะไรเพียงเล็กน้อยของเราคนหนึ่ง

-ก็สามารถ-

สร้างความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ได้





#วันเต่าทะเลโลก #WorldSeaTurtleDay2019 #WorldSeaTurtleDay #SeaPollution #Water #SeaLife #Garbage #Plastic #พลาสติก #LongLive #Facts #Swimming #เที่ยวทะเล #WasteProblem #StopPlastic #TShirtThailand

ABOUT AOG

CUSTOMER CARE

STORE LOCATIONS

© 2020  Dreamwork Co., Ltd. ACTs Of Green®. All rights reserved.